วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ความแตกต่างของสินค้าที่ได้รับมาตรฐาน กับสินค้าที่ไม่มีมาตรฐาน

ความแตกต่างของสินค้าที่ได้รับมาตรฐาน กับสินค้าที่ไม่มีมาตรฐาน


ข้อแตกต่างระหว่าง KOSHIN รุ่น LP-32 สินค้าคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น กับสินค้าเลียนแบบจากประเทศไต้หวัน


1.ประสิทธิภาพ KOSHIN รุ่น LP-32 ประหยัดเวลา เบาแรง ให้ Flow Rate 1 ลิตร /รอบ  ต่างจากสินค้าเลียนแบบที่ไม่ได้มาตรฐาน ให้ Flow rate 0.73 ลิตร/รอบ ทำให้ต้องทำงานมากขึ้น ใช้เวลานานขึ้นถึง 27%

2.เฟืองขับเคลื่อนของ KOSHIN LP-32 ผ่านการชุบแข็ง  สามารถใช้งานได้ทนทานมากกว่าสินค้าเลียนแบบจากประเทศไต้หวัน  ทำให้อายุการใช้งานยาวนานกว่าถึง 3 เท่า

3.ตลับลูกปืน KOSHIN LP-32 ผลิตในญี่ปุ่น ใช้งานได้ยาวนานกว่า ทนทานกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่า สินค้าเลียนแบบจากประเทศไต้หวัน

ทำไมการ บำบัดน้ำเสีย จึงสำคัญ


ทำไมการ บำบัดน้ำเสีย จึงสำคัญ


การบำบัดน้ำเสีย ไม่ได้มีแค่ในโรงงานอุตสาหกรรม เท่านั้้น แต่ตามที่อยู่อาศัย หอพัก คอนโด โรงแรม ห้างสรรพสินค้า หรือตามสถานที่ต่างๆ ก็ให้ความสำคัญในการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ  ซึ่ง น้ำเสีย เกิดจากน้ำหรือของเหลวที่มีสิ่งเจือปนต่างๆ ในปริมาณที่สูง ดังนั้น จึงควร บำบัดน้ำเสีย ด้วยเครื่องมือที่คุณภาพไม่ว่าจะเป็น ปั๊มในกลุ่มน้ำเสีย ปั๊มสูบน้ำเสียหรือเครื่องสูบน้ำเสีย ไม่เช่นนั้น จะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา

ปัญหา ที่มากับ น้ำเสีย

  • เป็นแหล่งที่มาของการทำให้เกิดโรค หรือ การแพร่ระบาดของเชื้อโรค
  • ก่อให้เกิดความรำคาญ ของกลิ่น หรือ สีที่เป็นน่ารังเกียจ

ทำไม ต้องบำบัด

เป็นการลดความสกปรกของน้ำเสียได้ตามมาตรฐานน้ำทิ้งก่อนระบายออกสู่สิ่งแวดล้อม ช่วยทำให้มีคุณภาพดีขึ้นและไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อแม่น้ำ หรือแหล่งธรรมชาติโดยรอบ การบำบัดน้ำเสียก็มีหลายหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน บางแหล่งใช้วิธีการบำบัดด้วยวิธีการทางชีวภาพหรือ การใช้จุลินทรีย์ เพื่อกำจัดสิ่งเจือปนที่มากับน้ำ แต่บางแหล่งที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ตามโรงงานอุตสาหกรรม ก็จะนิยมใช้ ปั๊มจุ่ม ปั๊มแช่ เครื่องเติมอากาศใต้น้ำ เช่น  KIRA รุ่น EP Series ตัวปั๊มทำจากวัสดุสแตนเลส กับ เหล็กหล่อ ทนต่อการกัดกร่อน คุณภาพดี มาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

เหตุผล ทำไม ปั๊มจุ่ม ต้องมี GUIDE RAIL


เหตุผล ทำไม ปั๊มจุ่ม ต้องมี GUIDE RAIL



ทุกครั้งที่เราเลือกซื้อปั๊มน้ำในกลุ่มน้ำเสีย ไม่ว่าจะเป็น ปั๊มจุ่ม ปั๊มสูบน้ำเสียหรือเครื่องสูบน้ำเสีย (Submersible Pump) เมื่อไหร่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย จะมีอุปกรณ์เสริม ที่เรียกว่า ชุด GUIDE RAIL มาให้เราด้วยครั้ง สงสัยกันไหมว่า สำคัญอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ

Guide Rail คืออะไรนะ 


Guide Rail คือ อุปกรณ์ท่อนำร่อง ที่ใช้เพื่อเป็นตัวนำเครื่องของปั๊มน้ำ ปั๊มจุ่ม ลงไปยังบ่อไปยังชุดติดตั้งตีนเป็ด เพื่อติดตั้งตัวปั๊ม เพื่อเป็นประโยชน์ในการบำรุงรักษาและสามารถตรวจสอบสภาพของปั๊มโดยไม่จำเป็นต้องลงไปในบ่อ ตัวระบบ Guide Rail มีอะไรบ้างนะ

TOS/TO 
เป็นระบบรางเลื่อนติดตั้ง ปั๊มน้ำ ปั๊มจุ่ม ที่ทำมาจากเหล็กหล่อ  TOS เหมาะกับปั๊มจุ่ม ที่มีขนาดท่อส่ง 50-150 mm และ TO เหมาะกับปั๊มจุ่ม ที่มีขนาดท่อส่ง 200-800 mm
TS
เป็นระบบรางเลื่อนติดตั้งที่เหมาะสำหรับการติดตั้งในสถานีน้ำเสียแบบสำเร็จรูป  ตัว TS จะเหมาะกับปั๊มจุ่ม ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ตั้งแต่ 50 -100 mm
TOK
เป็นอุปกรณ์ที่ทำมาจาก เรซินคุณภาพสูง เป็นระบบรางที่เหมาะกับงานปั๊มจุ่ม ขนาดเล็กและน้ำหนักเบา
และนอกจาก ปั๊มน้ำ ปั๊มจุ่ม จะมี Guide Rail แล้ว ก็ยังควรติดตั้ง Guide Pipe และ Free standing ในแนวดิ่งด้วย


วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ข้อดี - ข้อจำกัด ของปั๊มน้ำหอยโข่ง มีอะไรบ้างนะ ? มารู้กัน

ข้อดี -ข้อจำกัด ของปั๊มน้ำหอยโข่ง มีอะไรบ้างนะ ? มารู้กัน

ข้อดี -ข้อจำกัด ปั๊มหอยโข่ง

ตามที่เรารู้จักกัน ปั๊มน้ำหอยโข่ง หรือ Centrifugal Pump เป็นปั๊มน้ำที่นิยมใช้กันในหลายๆพื้นที่ ที่ใช้ในงานอุปโภค บริโภค หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ระบบสูบน้ำ การระบายน้ำในกรมชลประทาน หรืออาจนำไป ประยุกต์ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ  แต่ถึงแม้จะใช้งานได้หลากหลาย มันก็มีข้อดี-ข้อจำกัดซ่อนอยู่

ข้อดีของ ปั๊มน้ำหอยโข่ง

  • ง่ายต่อการดูแลรักษา ตัวปั๊มน้ำหอยโข่ง เป็นปั๊มที่ส่วนมาประกอบเพิ่มเติมน้อย แล้วแต่ละส่วนที่นำมาประกอบมีอายุการใช้งานที่ต่างกัน จึงสามารถแยกซ่อมหรือเปลี่ยนได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนทั่งเครื่อง ช่วยในเรื่องการยืดอายุการใช้งาน
  • ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ด้วยความที่ปั๊มหอยโข่ง ไม่ค่อยยุ่งยากเรื่องอุปกรณ์เพิ่มเติม เหมือนปั๊มอื่นๆ ส่งผลให้เกิดความประหยัดเรื่องต้นทุน เช่นพื้นที่ในการติดตั้ง
  • การ Flowของน้ำไหลได้มาก เนื่องจากปั๊มน้ำหอยโข่งได้รับพลังงานและแรงเหวี่ยงมาจากมอเตอร์โดยตรง ทำให้แรงเหวี่ยงที่เกิดจากการหมุน ผลิตการไหลน้ำในปริมาณได้เยอะมากขึ้น 

ข้อจำกัดของปั๊มหอยโข่ง

  • ใช้งานเกี่ยวกับของหนืดไม่ได้ ของเหลวประเภทของหนืดนั้น มีคุณสมบัติที่ไหลค่อนข้างยาก จะส่งผลให้ การทำงานแบบแรงหมุนเหวี่ยงของปั๊มน้ำหอยโข่งทำงานอย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง และทำให้เกิดความเสียหายตามมา
  • ไม่มีระบบรองรับแรงดันสูง เพราะปั๊มน้ำหอยโข่งถูกออกแบบมาให้ถูกถ่ายเทพลังงาน เรื่องการไหลมากกว่าแรงดัน

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

หลักการทำงานและชนิดใบพัดของปั๊มหอยโข่ง (CENTRIFUGAL PUMP)


ปั๊มน้ำหอยโข่ง (Centrifugal Pump) มีหลักการทำงานดังนี้

          ปั๊มแบบนี้ทำงานโดยอาศัยการหมุนของใบพัดหรืออิมเพลเลอร์ (Impeller) ที่ได้รับการถ่ายเทกำลังจากเครื่องยนต์ต้นกำลังหรือมอเตอร์ไฟฟ้า เมื่อใบพัดหมุนพลังงานจากเครื่องยนต์ก็จะถูกถ่ายเทโดยการผลักดันของครีบใบพัด (vane) ต่อของเหลวที่อยู่รอบๆทำให้เกิดการไหลในแนวสัมผัสกับเส้นรอบวง (Tangential flow) เมื่อมีการไหลในลักษณะดังกล่าวก็จะเกิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง (Centrifugal force) และเป็นผลให้มีการไหลจากจุดศูนย์กลางของใบพัดออกไปสู่แนวเส้นรอบวงทุกทิศทาง (Radial flow) ดังนั้นของเหลวที่ถูกใบพัดผลักดันออกมาก็จะมีทิศทางการไหลที่เป็นผลรวมของแนวทั้งสอง 

         เป็นปั๊มน้ำที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อภาคการเกษตร เพราะว่าปั๊มน้ำหอยโข่งสามารถสูบน้ำได้ปริมาณมาก  น้ำที่สูบไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำที่สะอาด เนื่องจากสิ่งสกปรกที่ปะปนอยู่ในน้ำ ไม่ค่อยมีผลเสียต่อเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งมากนัก การใช้งานก็มีอยู่อย่างกว้างขวาง ทั้งในไร่นา สวนผัก สวนผลไม้ หรือในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้แล้วปั๊มน้ำหอยโข่งยังเหมาะสำหรับสูบน้ำในแม่น้ำลำธาร บ่อน้ำ คูคลอง หรืออ่างเก็บน้ำที่มีระดับต่ำกว่าระดับพื้นดินไม่เกิน 10 เมตร การทำงานของปั๊มจะทำการสูบน้ำโดยใช้ระบบของใบพัด ความเร็วรอบสูง จะทำให้ได้ปริมาณน้ำมาก

ชนิดใบพัดของปั๊มน้ำหอยโข่ง (Centrifugal Pump)
          ใบพัดของปั๊มหอยโข่งแต่ละลักษณะใบพัดของปํมน้ำหอยโข่ง จะมีความแตกต่างกันออกไป เพราะได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานหลากหลายชนิด และสามารถแยกออกได้โดยพิจารณาได้จากลักษณะของแผ่นใบพัด จานประกับ (Shroud) ลักษณะการไหลของของเหลวเข้าและออกจากใบพัดหรือวัตถุประสงค์ของการใช้งานของปั๊มน้ำนั้นๆ ซึ่งใบพัดสามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้ คือ

          1. ใบพัดเปิด (Open Impeller) โดยทั่วๆไปแล้วครีบของใบพัดจะยึดติดอยู่กับจานประกับ (Shroud) สำหรับใบพัดที่จัดอยู่ในประเภทนี้จะมีแผ่นครีบบางส่วนยื่นออกมาจากจาน คือรัศมีของจานจะเล็กกว่ารัศมีของใบพัด

ใบพัดเปิด (Open Impeller)

          2. ใบพัดกึ่งเปิด (Semi - open Impeller) เป็นแบบที่รัศมีของจานประกับเท่ากับรัศมีของใบพัด ใบพัดประเภทนี้มีจานประกับเพียงด้านเดียว อีกด้านหนึ่งของใบพัดจะไม่มีฝาปิด

ใบพัดกึ่งเปิด (Semi - open Impeller)

          3. ใบพัดปิด (Closed Impeller) เป็นแบบที่ใบพัดปิดอยู่ด้วยจานประกับ 2 แผ่น มีทางให้ของเหลวไหลเข้าหรือทางดูดเพียงด้านเดียว เรียกได้ว่าเป็นแบบใบพัดปิดดูดด้านเดียว (Closed, single suction impeller) ส่วนใบพัดที่มีทางดูด 2 ด้านเรียกว่าเป็นแบบใบพัดปิดดูดสองด้าน (Closed, double suction impeller)

ใบพัดปิดดูดด้านเดียว (Closed, single suction impeller)


ใบพัดปิดดูดสองด้าน (Closed, double suction impeller)

          4. เปเปอร์สต๊อก (Paper-stock Impeller) เป็นใบพัดที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ใช้กับของเหลวที่มีความข้นเหลว (Consistency) สูง  แต่เดิมทีใบพัดในลักษณะนี้ออกแบบไว้เพื่อใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ ต่อมานำมาใช้กับของเหลวอื่นด้วยแต่ก็ยังคงเรียกชื่อเดิม

เปเปอร์สต๊อก (Paper-stock Impeller)

          5. โปรเพลเรอ (Propeller) เป็นใบพัดที่เพิ่มพลังงานให้แก่ของเหลวโดยการผลักดันในทิศทางเดียวกันกับทิศทางการไหลเข้ามาสู่ใบพัดเพียงอย่างเดียว ไม่มีแรงเหวี่ยงหนีจุดศูนย์กลาง ปั๊มที่มีใบพัดประเภทนี้เรียกว่า Axial  Flow Pump

โปรเพลเรอ (Propeller)

          6. แบบผสม (Mixed Flow) เป็นแบบที่ของเหลวจะไหลเข้าสู่ใบพัดในแนวขนานกันกับแกนของเพลา แต่ตอนไหลออกจะทำมุม 45 องศา ถึง 80 องศา กับทิศทางเดิม ในลักษณะแบบนี้จะเรียกว่าการขับดันของเหลวมีทั้งแรงขับดันในทิศทางเดียวกันกับการไหลเข้าสู่ใบพัดและแรงเหวี่ยงหนีจุดศูนย์กลาง

แบบผสม (Mixed Flow)

7. เรเดียลโฟล (Radial Flow) เป็นใบพัดแบบที่ของเหลวถูกดันออกไปโดยอาศัยแรงเหวี่ยงหนีจุดศูนย์กลางเพียงอย่างเดียว ทิศทางการไหลออกทำมุมฉากกับการไหลเข้า










การเลือกถุงไดอะแฟรม มาใช้งานกับชุดบูสเตอร์ปั๊ม

การเลือก ถุงไดอะแฟรม มาใช้งานกับชุดบูสเตอร์ปั๊ม ( Booster Pump)  ถุงไดอะแฟรม คือ มีลักษณะเป็นสีดำสนิทจะอยู่ในถังแรงดัน  Pressure Tank  ผลิต...